เลิกกิจการโรงเรียนและสถาบันกวดวิชา: นักเรียนค้างคอร์ส จัดการอย่างไร?
สรุปสั้น 5 ข้อ
- ต้องแจ้งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ก่อนปิดโรงเรียนเอกชนล่วงหน้า 1 ปี
- นักเรียนที่ยังอยู่ในหลักสูตรต้องจัดหาที่เรียนต่อหรือคืนเงินค่าเล่าเรียนส่วนที่เหลือ
- ต้องโอนระเบียนนักเรียนและใบแสดงผลการเรียนให้โรงเรียนหรือนักเรียนตามกฎหมาย
- ครูและบุคลากรต้องได้รับค่าชดเชยและเงินบำเหน็จตาม พ.ร.บ. โรงเรียนเอกชน
- สถาบันกวดวิชาที่ไม่ได้รับใบอนุญาต สช. มีขั้นตอนง่ายกว่าแต่ยังต้องจัดการเรื่องเงินและลูกค้า
ความแตกต่างระหว่างโรงเรียนเอกชนและสถาบันกวดวิชา
โรงเรียนเอกชนที่ได้รับใบอนุญาตจาก สช. มีกฎระเบียบที่เข้มงวดกว่า ต้องแจ้งล่วงหน้า 1 ปีก่อนปิด และต้องดำเนินการโอนนักเรียนให้เรียบร้อย สถาบันกวดวิชาที่ไม่ได้ขอใบอนุญาต สช. มีขั้นตอนน้อยกว่า แต่ยังต้องจัดการเรื่องคืนเงินลูกค้าและแจ้งทะเบียนพาณิชย์ตามปกติ
ขั้นตอนที่ 1: แจ้งสำนักงาน สช. และผู้ปกครอง
สำหรับโรงเรียนเอกชนที่ได้รับใบอนุญาต: ยื่นหนังสือแจ้งความประสงค์จะเลิกกิจการต่อ สช. ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 ปี ตาม พ.ร.บ. โรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 มาตรา 103 สช. จะสั่งการให้โรงเรียนดำเนินการโอนนักเรียนและระเบียนต่าง ๆ พร้อมกันนั้นต้องแจ้งผู้ปกครองทุกรายเป็นลายลักษณ์อักษรและระบุทางเลือกในการเรียนต่อ
ขั้นตอนที่ 2: โอนนักเรียนและระเบียนการเรียน
โรงเรียนต้องจัดทำและโอนเอกสารสำคัญ: ระเบียนประวัตินักเรียน ใบแสดงผลการเรียน (ปพ.1) หนังสือรับรองการเรียน คะแนนสะสม และผลการทดสอบต่าง ๆ กรณีที่นักเรียนยังอยู่กลางภาคเรียน ต้องรอให้จบภาคเรียนก่อนหรือโอนระเบียนให้โรงเรียนใหม่รับนักเรียนต่อ ห้ามปิดก่อนจบภาคการศึกษาโดยไม่ได้รับอนุญาต
ขั้นตอนที่ 3: คืนเงินค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียม
คืนเงินค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมในส่วนที่นักเรียนยังไม่ได้รับบริการ เช่น ค่าเทอมที่เหลือ ค่าอาหาร ค่ากิจกรรม ตาม พ.ร.บ. โรงเรียนเอกชน มาตรา 108 โรงเรียนต้องชำระเงินคืนภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่ชำระ สช. อาจสั่งให้หยุดกิจการทันทีและเรียกค่าเสียหาย
ขั้นตอนที่ 4: จัดการครูและบุคลากร
ครูโรงเรียนเอกชนที่ปฏิบัติงานมาแล้วมีสิทธิ์รับเงินทดแทนตาม พ.ร.บ. โรงเรียนเอกชน หรือค่าชดเชยตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน แล้วแต่จำนวนใดสูงกว่า ต้องแจ้งสำนักงานครูและบุคลากรทางการศึกษา และออกใบรับรองการทำงานให้ทุกคน บุคลากรที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูต้องแจ้งคุรุสภาเรื่องการเปลี่ยนแปลงสถานที่ทำงาน
ขั้นตอนที่ 5: คืนใบอนุญาตและยื่นเลิกบริษัท
หลังโอนนักเรียนและจัดการทุกอย่างแล้ว คืนใบอนุญาตสถานศึกษาต่อ สช. ดำเนินการมติพิเศษเลิกบริษัท ยื่น บอจ.4 ต่อ DBD ภายใน 14 วัน ยกเลิก VAT (ถ้ามี) และยื่น ภ.ง.ด.50 ฉบับสุดท้าย กระบวนการชำระบัญชีปกติตาม ปพพ. มาตรา 1236–1273
| ประเภทกิจการ | ใบอนุญาต | หน่วยงาน | ระยะเวลาแจ้ง |
| โรงเรียนเอกชน (ใช้หลักสูตรของรัฐ) | ใบอนุญาตโรงเรียน | สช. | ล่วงหน้า 1 ปี |
| สถาบันกวดวิชา (ใบอนุญาต สช.) | ใบอนุญาตกวดวิชา | สช. | ล่วงหน้า 60 วัน |
| สถาบันติว (ไม่มีใบ สช.) | ทะเบียนพาณิชย์ | สำนักพาณิชย์ | ภายใน 30 วัน |
| โรงเรียนนานาชาติ | ใบอนุญาตพิเศษ | สช./กระทรวงศึกษาฯ | ล่วงหน้า 1 ปี+ |
⚠ ⚠️ ข้อควรระวัง: ปิดกลางปีการศึกษา
ปิดโรงเรียนกลางปีการศึกษาโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก สช. มีโทษปรับและอาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตทันที
ต้องจัดให้นักเรียนมีที่เรียนต่อ ไม่ใช่แค่คืนเงิน โรงเรียนต้องช่วยหาสถานศึกษาที่นักเรียนสามารถเรียนต่อได้
ห้ามทำลายระเบียนนักเรียน ต้องโอนหรือส่งมอบให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ
📋 กรณีศึกษา: สถาบันกวดวิชา ProTutor
สถานการณ์: สถาบันกวดวิชาขนาดกลาง 3 สาขา นักเรียน 500 คน คอร์สเรียนค้างเฉลี่ย 60%
ปัญหา: เจ้าของต้องการย้ายไปต่างประเทศ ต้องปิดภายใน 6 เดือน
การแก้ไข: แจ้งนักเรียนล่วงหน้า 3 เดือน เร่งสอนให้ครบคอร์ส 60% คืนเงินส่วนที่เหลือ 40%
ผลลัพธ์: สอนครบ 300 คน คืนเงิน 200 คน ปิดกิจการได้โดยไม่มีคดีความ
Q: สถาบันกวดวิชาที่ไม่มีใบอนุญาต สช. ต้องทำอะไรบ้างเมื่อปิด?
A: แจ้งยกเลิกทะเบียนพาณิชย์ ยกเลิก VAT คืนเงินนักเรียนที่ค้าง และแจ้งพนักงานล่วงหน้าตามกฎหมาย ขั้นตอนง่ายกว่าโรงเรียนที่ได้รับใบอนุญาต
Q: ถ้านักเรียนไม่มารับเงินคืน ต้องทำอย่างไร?
A: ต้องพยายามติดต่อให้ครบทุกช่องทาง ถ้าไม่สำเร็จ นำเงินไปวางที่สำนักงานวางทรัพย์กรมบังคับคดีในชื่อของนักเรียนแต่ละคน
Q: ระเบียนนักเรียนต้องเก็บไว้นานแค่ไหน?
A: ตามระเบียบ สช. ต้องเก็บระเบียนนักเรียนอย่างน้อย 5 ปี หรือโอนให้สำนักงาน สช. จัดเก็บแทน
Q: ครูที่สอนแบบ Part-time มีสิทธิ์ค่าชดเชยไหม?
A: มีสิทธิ์หากทำงานต่อเนื่องเกิน 120 วันและมีลักษณะเป็นลูกจ้างตามกฎหมาย ครู Part-time ที่รับเป็นค่าตอบแทนรายชั่วโมงอาจไม่มีสิทธิ์ ขึ้นกับลักษณะสัญญา
Q: โรงเรียนนานาชาติปิดต่างกับโรงเรียนทั่วไปอย่างไร?
A: โรงเรียนนานาชาติต้องแจ้ง สช. และกระทรวงศึกษาธิการ และต้องประสานกับสถานทูตของนักเรียนต่างชาติเรื่องการโอนระเบียนไปต่างประเทศด้วย
Q: ถ้ามีเงินกองทุนเพื่อบำเหน็จครู ต้องทำอย่างไร?
A: เงินกองทุนที่สะสมไว้ต้องจ่ายให้ครูทุกคนตามสัดส่วนที่พวกเขามีสิทธิ์ ก่อนการปิดกิจการ
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญฟรี
ปรึกษา TREGIS ปิดโรงเรียนหรือสถาบันกวดวิชาอย่างถูกกฎหมาย ฟรี 30 นาที
ดูแลตั้งแต่แจ้ง สช. โอนนักเรียน คืนเงิน จนถึงจดทะเบียนเลิกบริษัท
โทร: 02-329-3189#24 | www.ปิดบริษัท.com
แหล่งอ้างอิงกฎหมาย
– พ.ร.บ. โรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 มาตรา 103, 108
– พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
– พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522
– ปพพ. มาตรา 1236–1273
