Header จดทะเบียนปิดบริษัท - Full Width Responsive (Slim Edition)

บริษัทมีสินค้าคงเหลือล้าสมัย จะเลิกกิจการจัดการอย่างไร ภาษีและบัญชีเป็นอย่างไร

บริษัทมีสินค้าคงเหลือล้าสมัย (Obsolete Inventory) จะเลิกกิจการจัดการอย่างไร ภาษีและบัญชีเป็นอย่างไร

 

สรุปสั้น 5 ข้อ

– สินค้าคงเหลือล้าสมัยที่ตัดจำหน่ายต้องมีหลักฐานการทำลายที่ถูกต้อง ไม่เช่นนั้นสรรพากรอาจไม่ยอมรับเป็นค่าใช้จ่าย

– การทำลายสินค้าต้องแจ้งสรรพากรล่วงหน้าก่อนทำลายจริง ตามแนวปฏิบัติมาตรา 65 ทวิ (6) แห่งประมวลรัษฎากร

– VAT Input Tax ที่เคยขอคืนไว้ อาจต้องนำส่งคืนหากสินค้าถูกทำลายหรือบริจาคโดยไม่มีการขาย

– มี 3 ทางเลือก ได้แก่ ขายทอดตลาด บริจาค หรือทำลาย แต่ละแบบมีภาระภาษีและขั้นตอนที่แตกต่างกัน

 

สินค้าล้าสมัย (Obsolete Inventory) คืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร

สินค้าคงเหลือล้าสมัย (Obsolete Inventory) หมายถึงสินค้าหรือวัตถุดิบที่ไม่สามารถขายได้ในราคาตลาดปกติหรือไม่มีมูลค่าทางการค้าอีกต่อไป ในทางบัญชีตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน (TFRS) บริษัทต้องตีราคาสินค้าคงเหลือด้วยราคาทุนหรือมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (Net Realisable Value — NRV) แล้วแต่อย่างใดต่ำกว่า

เมื่อบริษัทตัดสินใจเลิกกิจการ สินค้าล้าสมัยที่สะสมอยู่ในคลังถือเป็นหนึ่งในปัญหาที่ซับซ้อนที่สุด เพราะต้องจัดการทั้งในมิติของการบัญชี ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ไปพร้อมกัน

ทางเลือกในการจัดการสินค้าล้าสมัยเมื่อเลิกกิจการ

เมื่อบริษัทอยู่ในกระบวนการชำระบัญชี ผู้ชำระบัญชีมีทางเลือกหลักในการจัดการสินค้าคงเหลือ 3 วิธี ได้แก่

วิธีจัดการ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภาษีเงินได้นิติบุคคล ข้อดี/ข้อเสีย
ขายทอดตลาด / ขายในราคาต่ำ ต้องออกใบกำกับภาษีตามราคาตลาด รายได้จากการขายถูกนำมาคำนวณภาษี ได้เงินคืนบางส่วน แต่ต้องออกใบกำกับ
บริจาคให้องค์กรการกุศล อาจต้องส่งคืน Input Tax ที่เคยขอ ได้รับยกเว้นภาษีถ้าเป็นองค์กรที่กำหนด ได้บุญแต่ต้องระวังเรื่อง VAT
ทำลายสินค้า ต้องแจ้ง สรรพากรก่อน ไม่เสีย VAT เพิ่มเติม ตัดเป็นค่าใช้จ่ายได้ถ้ามีหลักฐานครบ ง่ายแต่ต้องมีเอกสารรับรองการทำลาย

 

มาตรา 65 ทวิ (6) กับการตัดสินค้าล้าสมัยเป็นค่าใช้จ่าย

ประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ทวิ (6) กำหนดว่าการตีราคาสินค้าคงเหลือต้องใช้ราคาทุนหรือราคาตลาดแล้วแต่อย่างใดต่ำกว่า และการตัดมูลค่าสินค้าล้าสมัยออกจากบัญชีจะถือเป็นรายจ่ายได้ก็ต่อเมื่อมีหลักฐานที่สรรพากรยอมรับได้

แนวปฏิบัติที่สรรพากรยอมรับได้มีดังนี้ ประการแรก ต้องมีรายงานการตรวจนับสินค้า (Physical Count Report) ที่ระบุรายการสินค้าและสาเหตุที่ถือว่าล้าสมัย ประการที่สอง ต้องมีรายงานของผู้สอบบัญชีรับรองการตัดจำหน่าย ประการที่สาม หากจะทำลายสินค้าจริง ต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่สรรพากรพื้นที่ทราบล่วงหน้าเพื่อให้มาเป็นพยาน หรืออย่างน้อยต้องมีหลักฐานการทำลายที่น่าเชื่อถือ เช่น ภาพถ่าย วิดีโอ ใบรับรองจากบริษัทรับทำลายขยะ

VAT Input Tax กับสินค้าล้าสมัย — ต้องส่งคืนหรือไม่

ประเด็น VAT ที่มักเกิดปัญหาคือ Input Tax ที่บริษัทเคยขอคืนหรือหักออกจาก Output Tax ในตอนที่ซื้อสินค้าหรือวัตถุดิบ เมื่อสินค้านั้นไม่ได้นำไปใช้ในการขายที่เสีย VAT อีกต่อไป ก็อาจถือว่า Input Tax นั้นไม่มีสิทธิ์ขอคืน

กรณีที่ต้องนำ Input Tax ส่งคืน ได้แก่ การทำลายสินค้าโดยไม่มีการขาย และการบริจาคสินค้าให้บุคคลหรือองค์กรที่ไม่ได้รับยกเว้น VAT ในทางตรงข้าม กรณีที่ไม่ต้องส่งคืน Input Tax คือการขายสินค้าในราคาต่ำหรือราคาทอดตลาด เพราะยังคงเป็นการขายที่อยู่ในข่าย VAT อยู่ โดยต้องออกใบกำกับภาษีในราคาตลาด (ราคาที่ควรจะขายได้) ไม่ใช่ราคาที่ขายจริงหากต่ำกว่าราคาตลาด

ขั้นตอนปฏิบัติเมื่อมีสินค้าล้าสมัยในกระบวนการเลิกกิจการ

ขั้นตอนที่ผู้ชำระบัญชีควรปฏิบัติมีดังต่อไปนี้

ขั้นที่ 1 ตรวจนับและประเมินมูลค่า NRV ของสินค้าทั้งหมด จัดทำรายงานพร้อมถ่ายภาพประกอบ ขั้นที่ 2 แบ่งสินค้าออกเป็นกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ยังขายได้บ้าง กลุ่มที่บริจาคได้ และกลุ่มที่ต้องทำลาย ขั้นที่ 3 สำหรับสินค้าที่จะทำลาย ให้แจ้งสรรพากรในพื้นที่เป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าอย่างน้อย 15-30 วัน พร้อมระบุวันและสถานที่ทำลาย ขั้นที่ 4 ดำเนินการทำลายพร้อมพยาน จัดทำรายงานการทำลายและเก็บหลักฐานทุกชนิด ขั้นที่ 5 บันทึกบัญชีและยื่นภาษีให้ถูกต้องตามประเภทของการจัดการสินค้า

⚠ ⚠️ ข้อควรระวัง: ห้ามทำลายสินค้าโดยไม่แจ้งสรรพากรก่อน

หากทำลายสินค้าโดยไม่มีหลักฐานที่สรรพากรยอมรับ อาจถูกปฏิเสธการตัดเป็นค่าใช้จ่าย และถูกประเมินภาษีเพิ่มพร้อมเบี้ยปรับ

การออกใบกำกับภาษีในราคาต่ำกว่าราคาตลาดถือว่าผิดกฎหมาย VAT ต้องออกในราคาตลาดเสมอ

Input Tax ที่เคยใช้กับสินค้าที่ถูกทำลายอาจต้องนำส่งคืนพร้อมดอกเบี้ยหากไม่ดำเนินการให้ถูกต้อง

 

📋 กรณีศึกษา: บริษัทนำเข้าเครื่องใช้ไฟฟ้า มีสินค้าล้าสมัย 3 ล้านบาท

บริษัท XY Import Co., Ltd. ผู้นำเข้าเครื่องใช้ไฟฟ้ามือถือรุ่นเก่า ตัดสินใจเลิกกิจการหลังจากธุรกิจซบเซา

สินค้าคงเหลือในคลังมีมูลค่าตามบัญชี 5 ล้านบาท แต่ NRV จริงประมาณ 2 ล้านบาท เนื่องจากเป็นโมเดลเก่าที่ตลาดไม่ต้องการ

วิธีแก้: บริษัทแบ่งสินค้าออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 ขายทอดตลาดได้ 1.5 ล้านบาท ออกใบกำกับภาษีตามราคาขายจริง เนื่องจากราคาขายอยู่เหนือ NRV ส่วนที่ 2 บริจาคให้มูลนิธิที่ได้รับการยกเว้นภาษี มูลค่าตามบัญชี 0.5 ล้านบาท Input Tax ที่เกี่ยวข้องต้องนำส่งคืน ส่วนที่ 3 ทำลายสินค้าที่เสื่อมสภาพ มูลค่าตามบัญชี 3 ล้านบาท แจ้งสรรพากรล่วงหน้า 30 วัน ตัดเป็นค่าใช้จ่ายได้เต็มจำนวน

ผลลัพธ์: ปิดบัญชีได้อย่างสะอาด ไม่ถูกสรรพากรประเมินเพิ่มเติม กระบวนการชำระบัญชีเสร็จสิ้นภายใน 8 เดือน

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ต้องแจ้งสรรพากรก่อนทำลายสินค้าล่วงหน้ากี่วัน?

A: ไม่มีกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจนในกฎหมาย แต่แนวปฏิบัติที่ยอมรับกันคือแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 15-30 วัน เพื่อให้สรรพากรสามารถส่งเจ้าหน้าที่มาเป็นพยานได้หากต้องการ

Q: หากสินค้าที่ทำลายได้ซื้อมาโดยไม่ได้ขอ Input Tax คืน ต้องทำอะไรเพิ่มไหม?

A: หากไม่เคยขอ Input Tax คืน ก็ไม่มีภาระต้องส่งคืน แต่ยังต้องมีหลักฐานการทำลายเพื่อรับรองการตัดเป็นค่าใช้จ่ายในภาษีเงินได้นิติบุคคล

Q: ขายสินค้าล้าสมัยในราคาต่ำกว่าทุน ต้องออกใบกำกับในราคาเท่าไหร่?

A: ต้องออกใบกำกับภาษีในราคาตลาด (ราคา NRV ที่ควรได้รับ) ไม่ใช่ราคาขายจริงถ้าต่ำกว่าราคาตลาด เว้นแต่ราคาขายนั้นเป็นราคาตลาดแล้ว เช่น ขายทอดตลาดโดยเปิดกว้าง

Q: บริจาคสินค้าให้วัดหรือโรงเรียน ต้องเสีย VAT ไหม?

A: การบริจาคสินค้าให้สถานศึกษาของรัฐหรือสถาบันที่ได้รับการยกเว้นตามประมวลรัษฎากร ไม่ต้องเสีย Output VAT แต่ Input Tax ที่เกี่ยวข้องกับสินค้านั้นต้องนำส่งคืน

Q: ผู้ชำระบัญชีต้องรับผิดชอบเรื่องสินค้าล้าสมัยด้วยไหม?

A: ใช่ ผู้ชำระบัญชีมีหน้าที่จัดการทรัพย์สินทั้งหมดของบริษัทอย่างสุจริตและเป็นธรรม รวมถึงสินค้าล้าสมัย หากจัดการโดยประมาทหรือทำให้บริษัทเสียหาย อาจมีความรับผิดส่วนตัว

Q: ถ้าไม่ได้ทำลายสินค้าแต่แค่ปล่อยทิ้ง ถือว่าเป็นการทำลายไหม?

A: ไม่ถือว่าเป็นการทำลายที่สรรพากรยอมรับ การปล่อยทิ้งโดยไม่มีหลักฐานใดๆ อาจถูกมองว่าเป็นการโอนสินค้าออกจากบริษัทโดยไม่ชำระภาษี ซึ่งอาจมีผลเสียทางภาษีตามมา

 

แหล่งอ้างอิงกฎหมาย

– ประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ทวิ (6) — การตีราคาสินค้าคงเหลือ

– ประมวลรัษฎากร มาตรา 77/1 — นิยามของการขายสินค้าเพื่อวัตถุประสงค์ VAT

– คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.79/2541 — แนวทางการตีราคาสินค้าคงเหลือ

– มาตรฐานการรายงานทางการเงิน TAS 2 — สินค้าคงเหลือ

Scroll to Top