เลิกกิจการออกแบบตกแต่งภายใน: งานค้าง เงินมัดจำลูกค้า และขั้นตอนกฎหมาย
สรุปสั้น 5 ข้อ
- งานออกแบบและตกแต่งที่รับไว้แล้วต้องทำให้เสร็จหรือโอนให้ผู้รับช่วงก่อนปิดบริษัท
- เงินมัดจำที่รับจากลูกค้าต้องคืนในส่วนที่ยังไม่ได้ให้บริการ
- วัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ที่สั่งล่วงหน้าเพื่องานลูกค้า ต้องจัดการให้ถูกต้อง
- ทรัพย์สินทางปัญญาในงานออกแบบ เช่น แบบ Drawing ต้องโอนหรือส่งคืนลูกค้า
- พนักงาน Designer และช่างต้องได้รับค่าชดเชยตามกฎหมาย
ธุรกิจออกแบบตกแต่งภายในมีภาระอะไรเมื่อปิดกิจการ?
ธุรกิจตกแต่งภายในมักรับงานล่วงหน้าและทำงานเป็น Project ระยะยาว 3–12 เดือน จึงมักมีงานค้างอยู่หลายโครงการพร้อมกัน นอกจากนี้ยังมีเงินมัดจำที่รับจากลูกค้าและวัสดุก่อสร้างที่สั่งเป็นจำนวนมาก การปิดกิจการโดยไม่จัดการเรื่องเหล่านี้อาจนำไปสู่คดีความหลายคดี
ขั้นตอนที่ 1: สำรวจและจัดการงานค้างทุกโครงการ
จัดทำ Project List รวบรวมงานทั้งหมด: ชื่อโครงการ มูลค่า ความคืบหน้า เงินมัดจำที่รับ เงินที่เบิกแล้ว และเงินที่ยังค้าง จากนั้นเลือกแนวทางสำหรับแต่ละโครงการ: (1) เร่งทำงานให้เสร็จก่อนปิดบริษัท (2) โอนงานให้บริษัทตกแต่งรายอื่นรับช่วงต่อ โดยได้รับความยินยอมจากลูกค้า (3) บอกเลิกสัญญาพร้อมคืนเงินมัดจำ
ขั้นตอนที่ 2: จัดการเงินมัดจำและค่างวดค้าง
เงินมัดจำที่รับมาแล้วต้องคำนวณอย่างละเอียด ว่าดำเนินงานไปเท่าไร แล้วคืนส่วนที่ยังไม่ได้ให้บริการ กรณีที่บริษัทได้ซื้อวัสดุสำหรับงานโครงการนั้นแล้ว ต้องเจรจากับลูกค้าว่าจะรับวัสดุเหล่านั้นไปเองหรือให้บริษัทขายคืนแล้วนำเงินมาหักออก ค่าบริการออกแบบที่ทำไปแล้วมีสิทธิ์เรียกเก็บตามสัดส่วนงานที่ทำจริง
ขั้นตอนที่ 3: จัดการแบบ Drawing และทรัพย์สินทางปัญญา
แบบ Drawing ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับโครงการลูกค้า ลูกค้ามีสิทธิ์รับสำเนา เพราะเป็นส่วนหนึ่งของบริการที่ชำระเงินแล้ว ต้องส่งมอบแบบทั้งหมดในรูปแบบที่ใช้ได้จริง (PDF, DWG, SketchUp ฯลฯ) แบบทั่วไปที่บริษัทใช้เป็น Template สามารถเก็บไว้เป็นของบริษัทได้ ห้ามใช้แบบเฉพาะลูกค้าในงานอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
ขั้นตอนที่ 4: จัดการวัสดุและสต็อก
วัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ที่สั่งสำหรับงานลูกค้า: โอนให้ลูกค้าหรือผู้รับช่วงงานต่อ คืนให้ซัพพลายเออร์หากรับคืน หรือขายต่อ วัสดุตัวอย่าง (Sample) และสต็อกทั่วไป: ขายหรือบริจาค อุปกรณ์ช่างและเครื่องมือ: ขายต่อหรือประมูล บันทึกมูลค่าทั้งหมดเพื่อใช้ในงบชำระบัญชี
ขั้นตอนที่ 5: จัดการพนักงานและยื่นเลิกบริษัท
แจ้งนักออกแบบ ช่างเขียนแบบ และช่างก่อสร้างล่วงหน้าตามกฎหมาย จ่ายค่าชดเชยตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน ออกหนังสือรับรองการทำงานระบุความเชี่ยวชาญ เช่น Interior Designer, AutoCAD Specialist ดำเนินการมติพิเศษเลิกบริษัท ยื่น บอจ.4 ต่อ DBD และชำระบัญชีตามขั้นตอน
| โครงการ | สถานะ | การดำเนินการ | กรอบเวลา |
| งานที่เริ่มแล้ว >80% | ใกล้เสร็จ | เร่งให้เสร็จก่อนปิด | 1–2 เดือน |
| งานที่เริ่มแล้ว 30–80% | กลางทาง | โอนผู้รับช่วงหรือเจรจา | 1–3 เดือน |
| งานที่เพิ่งเริ่ม <30% | เริ่มต้น | บอกเลิก + คืนเงิน | ทันที |
| งานที่ยังไม่เริ่ม | รับมัดจำแล้ว | คืนเงินมัดจำ | ทันที |
⚠ ⚠️ ข้อควรระวัง: วัสดุที่สั่งในนามลูกค้า
วัสดุหรือเฟอร์นิเจอร์ที่สั่งในนามลูกค้าเป็นทรัพย์สินของลูกค้า ไม่สามารถขายให้คนอื่นได้
ถ้าซัพพลายเออร์ไม่รับคืนวัสดุ และลูกค้าไม่ต้องการรับ บริษัทต้องหาทางจัดการโดยไม่เกิดการสูญเสียแก่ฝ่ายใด
การปิดกิจการโดยไม่คืนเงินมัดจำเป็นการฉ้อโกง มีโทษทางอาญาตาม ปอ. มาตรา 341
📋 กรณีศึกษา: บริษัท ดีไซน์ เพอร์เฟค จำกัด
สถานการณ์: บริษัทออกแบบตกแต่งภายใน งานค้าง 4 โครงการ มูลค่ารวม 8 ล้านบาท เงินมัดจำที่รับไว้ 2.5 ล้านบาท
ปัญหา: หุ้นส่วนหลักลาออก ไม่มีผู้นำทีม ต้องปิดบริษัทภายใน 3 เดือน
การแก้ไข: โอนงาน 3 โครงการให้บริษัทตกแต่งพาร์ทเนอร์ คืนเงิน 1 โครงการที่ลูกค้าไม่ต้องการโอน
ผลลัพธ์: ลูกค้าทุกรายพึงพอใจ ไม่มีคดีความ ปิดบัญชีชำระบัญชีได้ใน 9 เดือน
Q: แบบ Drawing ที่ทำเสร็จแล้ว บริษัทมีสิทธิ์ลิขสิทธิ์ไหม?
A: บริษัทมีลิขสิทธิ์ในฐานะผู้สร้างสรรค์งาน แต่หากลูกค้าชำระเงินและสัญญากำหนดให้โอนสิทธิ์ ลูกค้ามีสิทธิ์ใช้งานนั้น ต้องอ่านสัญญาให้ชัดเจน
Q: ถ้าลูกค้าไม่ยอมให้โอนงานให้คนอื่น ต้องทำอย่างไร?
A: ต้องบอกเลิกสัญญาและคืนเงินมัดจำส่วนที่ยังไม่ได้ทำงาน กรณีที่บริษัทได้ซื้อวัสดุไปแล้ว ต้องเจรจาค่าชดเชยตามต้นทุนที่เกิดขึ้น
Q: ถ้างานค้างบางส่วนที่ทำไปแล้วดี แต่ลูกค้าอ้างว่าไม่ได้มาตรฐาน ต้องทำอย่างไร?
A: ต้องตรวจสอบตามเงื่อนไขในสัญญา ถ้าตกลงกันไม่ได้ อาจต้องใช้ผู้ไกล่เกลี่ยหรือศาลตัดสิน ไม่ควรถ่วงเวลาเพราะจะทำให้กระบวนการปิดบริษัทล่าช้า
Q: วัสดุตัวอย่างในโชว์รูม ขายให้ลูกค้าทั่วไปได้ไหม?
A: ได้ วัสดุตัวอย่างเป็นทรัพย์สินของบริษัท สามารถขายต่อได้ตามราคาตลาด
Q: ถ้าซัพพลายเออร์ไม่ยอมรับคืนวัสดุ ต้องทำอย่างไร?
A: ต้องขายต่อให้บริษัทตกแต่งอื่น หรือขาย Online ถ้าขายไม่ได้จริง ๆ อาจบริจาคหรือทำลายตามที่เห็นสมควร แต่ต้องบันทึกมูลค่าขาดทุนไว้
Q: ทีม Designer ที่ลาออกก่อนบริษัทปิด ยังได้ค่าชดเชยไหม?
A: พนักงานที่ลาออกเองไม่มีสิทธิ์ค่าชดเชย แต่หากบริษัทต้องการให้ทำงานจนถึงวันสุดท้ายก่อนปิด ควรมี Retention Bonus เพื่อจูงใจ
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญฟรี
ปรึกษา TREGIS ปิดธุรกิจตกแต่งภายในถูกกฎหมาย ฟรี 30 นาที
ดูแลงานค้าง เงินมัดจำ แบบ Drawing และขั้นตอน DBD
โทร: 02-329-3189#24 | www.ปิดบริษัท.com
แหล่งอ้างอิงกฎหมาย
– ปพพ. มาตรา 575–607 (สัญญาจ้างทำของ)
– พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (งานออกแบบ)
– ปอ. มาตรา 341 (ฉ้อโกง) – ปพพ. มาตรา 1236–1273
